ขลิบ ( circumcision ) การขลิบเป็นวิธีที่ต้องตัดหนังหุ้มส่วนปลายของจู๋หรือน้องชายออก เพราะจะให้ทำให้ใต้หนังหุ้มปลายที่ขลิบออกไปแล้วเราสามารถความสะอาดได้ง่าย และจะเริ่มทำตอนที่เด็กยังมีอายุไม่เกิน 1 สัปดาห์

ที่จริงแล้วนั้นในสมัยก่อนการขลิบมีขึ้นเพราะ ตามหลักศาสนาอิสลามแล้วต้องทำการขลิบทุกคน และในปัจจุบันพ่อแม่ของเด็กหลายๆคนเชื่อว่า การขลิบจะช่วยให้การเกิดเกิดมะเร็งมีโอกาสเกิดน้อยลง และการขลิบนั้นจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรก ทำให้กลิ่นที่จะตามมาที่อยู่ใต้หนังหุ้มปลายของจู๋หายไป เช่น คราบต่างๆที่หมกอยู่ใต้บริเวณหนังหุ้มปลายของน้องชาย และอาจเกิดแบคทีเรียขึ้น และสามารถไปขลิบได้ตั้งแต่เด็กทารกจนไปถึงผู้สูงวัย

หนังหุ้มปลายของจู๋หรือน้องชายมีความสำคัญอย่างไร
หนังหุ้มปลายมีหน้าที่ป้องกันและปกคลุมตั้งแต่บริเวณส่วนหัวจนกระทั่งถึงส่วนปลายของน้องชาย และรูปัสสาวะเพื่อไม่ให้ได้รับอันตรายจากการบาดเจ็บ และการอักเสบที่ที่เกิดจากการหมกใต้หนังหุ้มปลายเป็นเวลานาน ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งจู๋หรือน้องชาย

ขลิบไร้เลือด กี่วันหาย
หากหลังจากการขลิบไร้เลือดแล้วไม่พบอาการผิดปกติตรงบริเวณรอยแผลก็จะแห้งประมาณ 1 อาทิตย์ แล้วเวลาอาบน้ำจู๋ของเราก็จะสามารถโดนน้ำได้ตามปกติ แต่ 3 วันแรกไม่ควรให้รอยแผลโดนน้ำหรือถ้าโดนน้ำควรรีบเช็ดทันที และหลังจากนั้นแผลก็จะค่อยๆแห้งและหายตามปกติ

และพร้อมสำหรับการมีเซ็กส์ภายในระยะเวลาเวลา 2 เดือน แต่ถ้าพบอาการที่ผิดปกติ เช่น เกิดมีเลือดไหลหรือมีหนอง ควรไปพบหมอทันที ทั้งนี้การขลิปไร้เลือดก็ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดอยู่ ณ ปัจจุบันสำหรับผู้ชายที่ต้องการขลิบหนังหุ้มปลายออก

แล้วทำไมเราถึงต้องขลิบหนังหุ้มปลาย
1.จะปัสสาวะลำบาก และเริ่มมีอาการเจ็บปวดในขณะที่กำลังปัสสาวะ
2.เพราะว่าจะมีอาการอักเสบเรื้อรังของหนังหุ้มปลายของจู๋หรือน้องชาย
3.บริเวณหนังหุ้มปลายไม่เปิด หรือเปิดได้ไม่เต็มที่
4.หนังหุ้มปลายหดรัดลำองคชาติ ทำให้เจ็บปวดและบวม
5.รูดแล้วติดไม่สามารถรูดกลับได้
6.เกิดการติดเชื้อที่ปลายหนังหุ้ม ติดเชื้อบ่อย ๆ เกิด แผลเป็นได้
7.ในเด็กที่เป็นสาเหตุทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ
8.ในเด็กเข้าสู่วัยรุ่นแล้วหนังหุ้มปลายไม่เปิด
9.หนังหุ้มปลายยาว ทำให้ติดซิบกางเกง เกิดการบาดเจ็บ
10.ง่ายในการทำความสะอาด

ขลิบหนังหุ้มปลาย (จู๋) ขลิบแล้วดีไหม
1.สามารถดูแลรักษาทำความสะอาดได้ง่าย
2.ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งจู๋
3.ลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะในเด็กที่อายุน้อย
4.ลดความเสี่ยงและป้องกันการติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
5.สามารถป้องกันภาวะหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศตีบตัน

การขลิบมีข้อเสียอะไรบ้าง ?
การขลิบจู๋หรือน้องชายจะสามารถลดเชื้อโรค และยังช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งได้ แต่ทุกคนก็อย่าลืมว่าหากขลิบกับผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญ การขลิบนั้นอาจจะมีการติดเชื้อหรือเลือดไหลเยอะในขณะที่ทำการขลิบ

หรือการผ่าตัดที่ออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ และอาจจะทำให้ขาดความมั่นใจเมื่อโตขึ้น หรือถ้ามีการตัดหนังหุ้มปลายออกไปมากเกินไป ก็อาจจะเกิดการตึงเมื่อเกิดการแข็งตัวที่บริเวณน้องชาย แต่ในทางที่ดีควรสอนบุตรให้รู้จัการทำความสะอาดน้องชายทุกครั้งขณะอาบน้ำ

ข้อห้ามในการขลิบ
1. เด็กเด็กที่มีความผิดปกติของน้องชาย (จู๋) เช่น ภาวะที่ท่อปัสสาวะเปิดต่ำกว่าปกติ (Hypospadia)
2. ทารกคลอดก่อนกำหนด
3. ลักษณะอวัยวะเพศผิดปกติ
4. หนังหุ้มปลายเกิดการบวม/ติดเชื้อ
5. ผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกง่ายผิดปกติหรือรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
6. ผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดและหัวใจ
7. ผู้ป่วยมะเร็งที่จู๋

คลิบไร้เลือด สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ขลิบไร้เลือด

ซึ่งรุ่นนี้ มีอะไรที่ดีกว่ารุ่นเดิม นั่นคือ
– ใบมีดที่คมขึ้น แผลสวยขึ้น (ไม่มีรอยตะขาบ) จากการเย็บ
-แผ่น ซิลิโคน (Silicone) รองตัวเย็บไทเทเนี่ยม (Titanium)
*เสริมการห้ามเลือดให้ดีขึ้นไปอีก ให้สมการเป็นตัวจริงของการขลิบไร้เลือด
*ช่วยให้ตัวเย็บหลุดเองได้ง่ายขึ้น ป้องกันตัวเย็บจมลงไปในเนื้อ
-ตัวเย็บไทเทเนียม (Titanium) แข็งแรงขึ้นตอนเย็บ แต่ขนาดเล็กลง หลุดได้ง่ายขึ้น แผลหายเร็วและสวยขึ้นชัดเจน

การขลิบแบบต่างๆ

ขลิบหนังหุ้มปลายแบบไหนดี…จู๋ถึงจะหล่อ Low vs High , Tight vs Loose
การขลิบแบบ high low tight loose คือ จะแบ่งตามสัดส่วนของหนังหุ้มปลายที่ถูกตัดออกไป และยังสามารถเลือกได้ว่าเรา จะเอาหนังส่วนไหนเยอะและจะเอาเนื้อส่วนไหนน้อย ซึ่งแบบที่เราเลือกไปก็จะส่งผลถึงรูปลักษณ์ของอวัยวะเพศ ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล หัวใจหลักของการขลิบ นั่นก็คือ การตัดหนังหุ้มปลายที่อวัยเพศออกไป เพราะจะทำให้เราสามารถความสะอาดได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ทั่งนี้ความสวยงามของการขลิบนั้นเราก็สามารถเลือกได้ตามความชอบ

เทคนิคการตัดอาจแยกอย่างคร่าวๆได้ดังนี้
ขลิบแบบมินิมอล (MINIMAL Style) มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่ให้มีรูปลักษณ์คงเดิม แล้วยังสามารถมีกลไกร่วมเพศแบบเดิมได้ จะตัดแค่หนังที่เกินมาจากอวัยวะเพศ จึงทำให้คนที่มีหนังหุ้มปลายยาวหรือทำให้รูดเปิดบริเวณหัวอวัยวะเพศได้ยาก การผ่าตัดนี้จะช่วยให้เราสามารถรูดเปิดหัวอวัยวะเพศและทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

ขลิบแค่บางส่วน (Partial Style) เป็นการตัดปลายออกบางส่วน จึงเหลือแค่ผิวหนังที่ปิดหัวอวัยวะเพศได้บางส่วนจะอ่อนตัว แต่พอแข็งตัวจะไม่สามารถปิดปลายท่อปัสสาวะ และสามารถเปิดออกได้ทั้งหมด

ขลิบแบบหลวม (Loose Style) หลังจากการผ่าตัดบริเวณส่วนหัวของอวัยวะเพศจะรูดเปิดออกได้หมด ในขณะที่อวัยวะเพศอ่อนตัวจะมีผิวหนังส่วนที่ย่นๆอยู่บริเวณขอบของอวัยวะเพศ ยกเว้นขณะที่อวัยวะเพศอ่อนตัวมากกว่าปกติ เช่น ตอนเช้าๆอากาศเย็นๆ จะมีผิวหนังคลุมขอบของจู๋ และในขณะที่อวัยวะเพศแข็งผิวหนังก็จะตึงไม่มากแล้วก็ยังสามารถขยับผิวหนังบางส่วนได้อีก ข้อดีนั่นก็คือ เวลาเราใส่กางเกงในก็จะไม่เจ็บและผิวหนังบางส่วนของอวัยวะเพศก็สามารถขยับได้อีกด้วยนั่นแองแล้วนอจากนั้นก็ยังช่วยไม่ให้จู๋ของเราเห็นชัดเกินไป

แบบตึง (Tight) การขลิบแบบนี้เป็นการขลิบที่ต้องตัดหนังหุ้มปลายออกไปเยอะจึงทำให้ไม่มีส่วนที่ห้อย และบริเวณขอบอวัยวะเพศในช่วงหดตัวเวลาใส่กางเกงในจะเห็นได้ชัดกว่าปกติ และเวลาที่แข็งตัวไม่สามารถรูดเปิดหรือเปิดได้

ที่จริงแล้วในเมืองไทยพบได้น้อยมากสำหรับคนที่ขลิบแบบตึง (Tight) สาเหตุก็ขึ้นอยู่กับแพทย์ที่จะทำเราแล้วก็เทคนิคและความชำนาญของแพทย์ในแต่ละคน แต่ในต่างประเทศส่วนมากจะนิยมการขลิบแบบนี้ซะส่วนมาก ก็เลยมีการประยุกต์หรือเพิ่มออปชั่นเสริมเข้ามาอย่างหลากหลาย แบบที่หลายๆท่านที่เคยได้ยินคำว่า high low loose tight เป็นต้น

High loose รอยการขลิบอยู่ใต้จากบริเวณส่วนคอหยัก
1. รอยต่างของสีจะสังเกตได้ค่อนข้างยาก เนื่องจาก inner foreskin ได้ถูกเอาออกไปเกือบทั้งหมด
2. เวลาอ่อนตัว จะมีหนังย่น ๆ เหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
3. เส้นประสาทของหนังด้านในจะถูกตัดออกไป
4. มีโอกาสที่จะต้องขลิบซ้ำได้มากถ้าหากผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจ

High tight ระยะห่างระหว่างรอยขลิบกับคอหยักประมาณ 10 mm
1. ปลายประสาทส่วนใหญ่ยังอยู่ด้านในของผิวหนังและสามารถถูกกระตุ้นได้อย่างเต็มที่
2. เวลาอ่อนตัวจะเหลือหนังมากองเพียงเล็กน้อยบริเวณคอหยัก
3. จะเห็นถึงความต่างของสีผิวค่อนข้างมากระหว่าง inner และ outer foreskin ซึ่งบางคนบอกชอบแต่บางคนอาจไม่ชอบก็ได้

Low loose มีรอยขลิบอยู่ใต้คอหยัก อาจมีส่วนของหนังบริเวณลำมาคลุมส่วนหัวได้
1. รอยต่างของสีจะสังเกตเห็นได้ค่อนข้างยาก เนื่องจาก inner foreskin ได้ถูกเอาออกไปเกือบหมด
2. เส้นประสาทบริเวณหนังด้านในจะถูกเอาออกไป
3. มีโอกาสจะต้องขลิบซ้ำได้มากถ้าหากผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจ
4. ทำให้ดูแลความสะอาดทำได้ไม่สะดวกพอ เพราะจะเหมือนกับคนที่ยังไม่ได้ขลิบ
5. เวลาอ่อนตัว เนื่องจากหนังที่ยังเหลืออยู่มาก ก็ทำให้มีหนังมากองอยู่บริเวณใต้คอหยัก ซึ่งทำให้ดูเหมือนคนมีหนังหุ้มปลายอยู่

Low tight มีระยะห่างอย่างน้อยที่สุด 10 mm ระหว่างรอยขลิบและส่วนหัวแต่ยังมีบางส่วนสามารถมากองบริเวณใต้คอหยักได้
1. ปลายประสาทส่วนใหญ่ยังอยู่ด้านในของผิวหนังและสามารถถูกกระตุ้นได้อย่างเต็มที่
2. ในขณะอ่อนตัวหนังที่ยังเหลืออยู่มาก ก็ทำให้มีหนังมากองอยู่บริเวณใต้คอหยัก ทำให้ดูเหมือนคนมีหนังหุ้มปลายอยู่แต่รูดขึ้นไป
3.จะเห็นถึงความต่างของสีผิวค่อนข้างมากระหว่าง inner และ outer foreskin ซึ่งบางคนบอกชอบแต่บางคนอาจไม่ชอบได้
4. ทำให้การดูแลความสะอาดทำได้ไม่สะดวกพอ เพราะจะเหมือนกับคนที่ยังไม่ได้ขลิบ
จะเห็นได้ถึงรายละเอียดของการขลิบที่แตกต่างกัน แต่ก็อย่าลืมนะว่า ข้อดีของการขลิบคือการดูแลความสะอาดของอวัยวะเพศส่วนสำคัญ ส่วนรายละเอียดย่อยก็ขึ้นอยู่กับคุณหมอและการปรึกษาที่คุณหมอจะทำให้นั่นเอง

ทาง eternityclinic โดย นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน หมอเบียร์ ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะและสุขภาพชาย ได้ทำ ขลิบไร้เลือด (circular stapler circumcision) ขลิบหนังหุ้มปลายด้วยเทคโนโลยีใหม่ ด้วยอุปกรณ์ แบบ disposable circumcision suture device (DCSC) หรือเรียกว่า ขลิบไร้เลือด รุ่นไทเทเนียม ทีดีที่สุดและทันสมัยที่สุดในตอนนี้